แชร์เทคนิค การเก็บรักษาผลไม้ให้สดนาน อยู่ได้นาน 2–3 สัปดาห์

การเก็บรักษาผลไม้ให้สดนาน

ผลไม้จากธรรมชาติจะมีอายุไม่ยาวนานเหมือนสินค้าแปรรูปอื่นๆ การที่เรารู้วิธีเก็บรักษาผลไม้สดที่ได้จากการซื้อ หรือจากกระเช้าผลไม้ที่มีคนให้มา ให้มีอายุนานที่สุดก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ว่าควรเก็บอย่างไร เอาใส่ตู้เย็นอย่างเดียวได้ไหม ซึ่งผลไม้บางชนิดเก็บรักษาง่าย แต่บางชนิดก็เน่า เสียเร็ว เลยต้องการการดูแลที่ไม่เหมือนคนอื่น แล้วเราจะทำอย่างไรให้ผลไม้สด อยู่ได้นานขึ้น และรสชาติไม่เปลี่ยน ไปดูกันค่ะ

ทำไมผลไม้ถึงเสียง่าย

ผลไม้หลังจากเก็บเกี่ยวจะยังคงมีชีวิต มีการผลิตก๊าซ มีการสลายตัวของเซลล์ภายใน และสูญเสียน้ำไปโดยธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วผลไม้บางชนิดยังปล่อยก๊าซ เอทิลีน (Ethylene) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผลไม้สุกเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การรู้ว่าผลไม้ประเภทไหนควรเก็บข้างนอก และแบบไหนควรเก็บในตู้เย็นก็จะทำให้ผลไม้มีอายุนานที่สุด

วิธีเก็บรักษาผลไม้ให้สดนาน

1.ผลไม้ที่ควรแช่ตู้เย็น

  • สตรอว์เบอร์รี่
  • บลูเบอร์รี่ : อยู่ได้ 3-5 วัน รีบทานให้หมดดีสุด
  • เชอร์รี่
  • องุ่นแดง / องุ่นเขียว : ควรเก็บในถุงพลาสติกที่มีรูระบาย
  • กีวี่เขียว / กีวี่ทอง : กีวี่ที่สุกควรแช่เย็น เก็บได้นาน 5–7 วันในช่องธรรมดา
  • ทับทิม : ถ้าผ่าแล้วควรใส่กล่องปิดสนิท แช่เย็นเก็บได้นาน 3–5 วัน

ข้อควรระวัง

ไม่ล้างผลไม้ก่อนเก็บเข้าตู้เย็น การล้างก่อนนำไปเก็บจะทำให้ผิวผลไม้มีความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อราและทำให้ผลไม้เน่าเสียได้ง่าย และต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ผลไม้ที่ได้จากกระเช้าของขวัญควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 1-5 องศาเซลเซียส เมื่อไหร่ที่ต้องการทานผลไม้ค่อยเอามาล้างและทานให้หมด

ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ทั้งหลาย เป็นผลไม้ที่เน่าเสียง่ายมาก ควรเก็บในกล่องที่ระบายอากาศได้ดี รองด้วยทิชชู่ซับความชื้น แล้วนำเข้าตู้เย็นทันทีก็จะช่วยยืดอายุได้

วิธีเก็บผลไม้สด

2.ผลไม้ที่เก็บนอกตู้เย็น หรืออุณหภูมิห้องได้

  • แอปเปิ้ลแดง / แอปเปิ้ลเขียว
  • ลูกพลับ : ควรเก็บที่อุณหภูมิห้องจนกว่าจะนิ่มกำลังดี เมื่อสุกแล้วเก็บในตู้เย็นได้ 3–5 วัน
  • สาลี่ : เก็บอุณหภูมิห้องได้ 5–7 วัน แช่เย็นอยู่ได้ 2–3 สัปดาห์
  • ส้มซันควิก / เมอร์คอท / แมนดาริน : เก็บอุณหภูมิห้องได้ 5–7 วัน แช่เย็นอยู่ได้นาน 2–3 สัปดาห์
  • เมล่อน : เก็บข้างนอกได้ 3–5 วัน แต่ถ้าผ่าแล้วให้ใส่กล่องปิดฝามิดชิดแช่เย็น

ข้อควรระวัง

เลี่ยงการวางในที่ร้อนหรือมีแดดส่อง

ผลไม้เก็บนอกตู้เย็นได้

3.ผลไม้ที่ควรเก็บแยก ไม่ต้องแช่ตู้เย็น เพราะไวต่อเอทิลีน

  • อโวคาโด้ : ถ้ายังแข็งอยู่ ให้เก็บที่อุณหภูมิห้องจนกว่าสุก เมื่อสุกแล้วค่อยนำเข้าแช่เย็น
  • กล้วย
  • มะม่วง
  • ทุเรียน
  • แอปเปิล

ข้อควรระวัง

ควรเก็บแยกจากผลไม้ประเภทอื่นๆ เพราะการวางรวมอยู่ด้วยกัน สารเอทิลีนที่ผลไม้เหล่านี้ปล่อยออกมาจะทำให้ผลไม้ข้างเคียงสุกเร็วไปด้วย

ผลไม้เก็บแยก อโวคาโด้

เทคนิคเสริมที่ช่วยให้ผลไม้สดนาน

1. ใช้กระดาษซับน้ำรองกล่อง

ช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกิน ลดจุดเสี่ยงต่อเชื้อรา หรือจะเลือกซื้อ กล่องเก็บผลไม้แบบมีฐานรองน้ำด้านในเพื่อน้ำไม่ไปโดนตัวผลไม้ก็ได้

2. เก็บในกล่องเก็บอาหารทัพเพอร์แวร์ (Tupperware) หรือถุงซิปล็อก

ช่วยป้องกันอากาศและยืดอายุผลไม้หลายวัน

3. หลีกเลี่ยงการกระแทก

ควรหาพื้นที่ในตู้เย็นดีๆ ที่ในการจัดเก็บผลไม้ อย่างเช่น องุ่น สตรอว์เบอร์รี่ เพราะผลไม้แบบนี้มีขนาดเล็ก เนื้อช้ำง่ายมากเมื่อถูกกดทับ

4. แช่ช่องธรรมดาของตู้เย็น

ไม่จำเป็นต้องเอาผลไม้ไปเก็บที่ช่องฟรีซ เพราะจะทำให้เนื้อผลไม้สูญเสียความเป็นธรรมชาติ ถ้าจะเอาไว้ทำสมูตตี้ก็อีกเรื่องนะ ควรเก็บผลไม้ไว้ที่ช่องธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

5. แยกผลไม้สุก ยังไม่สุกออกจากกัน

ช่วยควบคุมช่วงเวลาการกินได้ดีขึ้น

สรุปการเก็บผลไม้ให้สดนานอย่างถูกวิธี

อย่างแรกต้องรู้จัก “ธรรมชาติของผลไม้แต่ละชนิด” ว่ามีลักษณะอย่างไร เหมาะกับการเก็บที่อุณหภูมิแบบไหน และต้องพิถีพิถันในการเก็บมากแค่ไหน อย่างเช่น เบอร์รี่ต่างๆ ที่ค่อนข้างบอบบาง ถ้าเก็บไม่ดีก็จะทำให้เสียเร็ว คงจะน่าเสียดายมากทีเดียว เพราะราคาไม่ได้ถูกเลย ฉะนั้นถ้าเรารู้วิธีเก็บผลไม้แต่ละชนิดให้เหมาะสมก็จะช่วยยืดอายุผลไม้ให้ยังสด กรอบ หวาน และให้เรามีทานได้นานขึ้น ไม่ต้องพยายามกินให้หมดในครั้งเดียว หรือต้องทิ้งไปเพราะเก็บไม่ดีแล้วน้องเสียเร็ว